You And I – Park Bom

30 07 2011

เพลงนี้เพราะมากอ้ะ Daisukidesuyo ><





5 สถานที่ท่องเที่ยวสยองๆในญี่ปุ่น

5 09 2010

ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่ยาวนาน และมีสถานที่เก่าแก่มากมาย และสถานที่จำนวนหนึ่งก็เป็นสถานที่น่ากลัว สยองขวัญ สั่นประสาท และเรื่องเล่าลื่อว่า “ผีดุ” แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลงหรอกนะ กลับกันมันก็กลายเป็นสถานที่ ที่หลายคนอยากลองไปสักคนในชีวิต เพื่อพิสูจน์ว่า “ผีมีจริงหรือ??”

อันดับ 5 ปราสาทฮิเมจิ (Himeji Castle)

ปราสาทฮิเมจิ เป็นปราสาทญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโงะ เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่เหลือรอดมาจากยุคสงคราม และได้รับให้เป็นมรดกโลกและสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ที่ชาวญี่ปุ่นชอบมาที่สุด

ว่ากันว่าปราสาทแห่งนี้เป็นมีผีสิง เป็นวิญญาณทรมานของหญิงสาวที่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมที่ชื่อ “โอกิกุ(Okiku)” ซึ่งที่มาก่อนที่โอกิกุค่อนข้างสับสน มีหลายเวอรชั่น ว่ากันว่าเธอเป็นสาวใช้ของอาโอยาม่า(Aoyama) และบังเอิญไปได้ยินความลับสุดยอดของเจ้านายเข้า และนำความลับไปเล่าให้คนรักของเธอฟัง ทำให้แผนการของอาโอยาม่าล้มเหลวในที่สุด เมื่ออาโอยาม่ารู้ว่าโอคิคุเป็นคนแอบได้ยินเรื่องแผนการ เป็นต้นเหตุทีทำให้แผนล้มเหลว อาโอยาม่าจึงวางแผนจะสังหารเธอซะ อาโอยาม่าจึงใส่ความโอกิกุว่า เธอขโมยจานที่ล้ำค่าไป 1 ใบซึ่งในชุดจานนั้นจะมี 10 ใบด้วยกัน โอคิคุถูกทรมานจนตาย และถูกทิ้งศพลงบ่อน้ำ
จากนั้นเป็นต้นมาโอกิกุก็กลายเป็นผีนับจาน หรือ ซารายาชิกิ(Sarayashiki) มันเริ่มขึ้นในสมัยเอโดะ ค.ศ.1590 วันดีคืนดี จะมีเสียง โหยหวนออกมาจากบ่อหน้าบ่อหนึ่งปราสาท โดยเสียงนั้นเป็นเสียงนับจาน1 ใบจนถึง 9 ใบ จากนั้นก็ร้องไห้หัวใจสลาย หรือมีดวงไฟวิญญาณพวยพุ่มออกจากบ่อน้ำยามค่ำคืน(นอกจากนี้ยังอ้างถึงบ่อผีสิงอีกแห่ง คือ บ่อน้ำของสวนในสถานทูตประเทศแคนาดาที่กรุงโตเกียว ซึ่งเดิมทีเป็นที่ดินของตระกูลอาโอยาม่า) และยังมีเรื่องผีๆ ในปราสาทแห่งนี้อีก เช่น ศาลเจ้าโฮซาตาเบะ ชินโต ที่ตั้งบนสุดของญี่ปุ่นว่ากันว่าเป็นที่สิงสู่วิญญาณของมิยาโมโต มูซาซิ หรือถ้าใครอยู่ภายในปราสาทประมาณ 4 โมง ถ้าไม่กลับออกปราสาทภายในเวลา 2 ชั่วโมง จะหลงทาง(เพราะมืดนี้น่า)

อันดับ 4 โอซาระ(Osore)

โอซาระเป็นอดีตภูเขาไฟในเขตอาโอโมริ ซึ่งถูกค้นพบในศตวรรษที่ 16 เป็นภูเขาหินที่ทบไม่มีสิ่งมีชีวิต เนื่องจากบริเวณแถบนั้นเต็มไปด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซน์หรือก๊าซไข่เน่าที่ออกจากทะเลสาปโดยรอบ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่ากันว่าเป็นดินแดนแห่งโลกวิญญาณเชื่อมต่อกับโลกมนุษย์

ตามความเชื่อของญี่ปุ่นที่นี้เปรียบเสมือนประตูนรกที่คนตายและคนใกล้ตายจะมารวมตัวกัน โดยมีแม่น้ำสามสายไหลผ่าน กล่าวกันว่าหากเด็กคนไหนเสียชีวิตลงก่อนพ่อแม่จะถูกลงโทษฐานทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ วิญญาณของเด็กๆ เหล่านี้จะต้องเรียงหินก้อนเล็กๆ แต่ละก้อนเพื่อสร้างเจดีย์ แต่พอใกล้สำเร็จจะถูกปีศาจ “จิโซคากุ” ออกมาทุบทำลาย ทำให้เด็กเหล่านั้นไม่มีทางสร้างเจดีย์เสร็จได้

ดังนั้น โอซาระแห่งนี้ จึงมีผู้นิยมนำของเล่นโบราณต่างๆ นาๆ เช่นกังหันเล็กๆ หรือขนมไปไว้บริเวณหอนหรือศาลเจ้าเพื่อสร้างบุญกับเด็กนั้นเอง

อันดับ 3 ฮะชิมะ(Hashima)

เกาะแห่งนี้ต้องเดินทางด้วยเรือจากฝั่งทะเลของเมืองนางาซากิ ออกไปประมาณ 15 กิโลกเมตร บนทะเลจีนตะวันออก จะพบเมืองเล็กๆ ที่ดูทันสมัย กลางทะเล แต่ถ้าเกิดมองลึกๆ จะพบว่ามันร้างอย่างน่ากลัว และได้รับการโจษจันว่าผีดุ!!

ความเป็นมาดั้งเดิมของเกาะนี้  แต่เดิมเมืองนี้ชื่อ Gunkanjia หรือ Battleship Island เกิดขึ้นในยุคที่อุตสาหกรรมถ่านหินเฟื่องฟู ค.ศ. 1887 ก่อสร้างโดยบริษัทมิตซูบิชิ(Mitsubishi) ซึ่งใช้เป็นที่พักในลักษณะเมืองขนาดเล็ก มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับพนักงานจำนวนมาก มีทั้งอพาร์เมนต์ โรงเรียนประถม สนามเด็กเล่น โรงภาพยนตร์ บาร์ โรงพยาบาล ทว่า…….ในยุค 60 อุตสาหกรรมถ่านหินในญี่ปุ่นค่อยๆ ทยอยปิดตัวลง เนื่องจากถ่านหินหมอความนิยมจากการใช้พลังงานเชื่อเพลิงอย่างอื่น…จนกระทั่งปิดตัวลงอย่างถาวรในปี 1974…ทุกวันนี้เหลือเพียงแต่เศษซากของความรุ่งเรืองทิ้งไว้ให้ระลึกถึงอดีต
ในเวลากลางวัน สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้สนใจ สัมผัสบรรยากาศสมัยก่อน ที่หลอนๆ นิดๆ ขนาดตอนกลางวันยังดูน่าหดหู่น่ากลัว ตอนกลางคืนยิ่งน่ากลัวหลายเท่าโดยเฉพาะในช่วงมรสุมหรือพายุเข้าชาวประมงมักเห็นแสงไฟจำนวนหนึ่งลอยละล่องวนเวียนเหนือตึกสูงทั้งๆ ที่ไม่มีไฟฟ้า และได้ยินเสียงน่ากลัวดังเหมือนกับโหยหาใครซักคนไปอยู่ด้วย!! ” …..นอกจากนี้สถานที่นี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ”Battle Royale” และทีมงานก็ได้เจอสิ่งผิดปกติในกองถ่ายอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ”มีคนอื่นที่ไม่ใช่ทีมงานถูกถ่ายติดเข้ามาในฉาก” หรือไม่ก็ ”ฟิล์มเสียทั้ง ๆ ที่เพิ่งใช้งาน” หรือแม้แต่นักแสดงบางคนถูกผีสิง!!

อันดับ 2 อาโคคิกาฮาระ(Aokigahara)

ญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีสถิติคนฆ่าตัวตายเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเพราะวัฒนธรรมของญี่ปุ่นมองว่า การฆ่าตัวตายเป็นทางเลือกที่มีเกียรติ(อย่างฮาราคีรีไงล่ะ) และสถานที่ชาวญี่ปุ่นนิยมไปฆ่าตัวตายที่สุดคือป่าอาโคคิกาฮาระ

ป่าอาโคคิกาฮาระ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าจูไคซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกขานว่า “ป่าฆ่าตัวตาย”สถานที่แห่ง อยู่บริเวณตีนภูเขาไฟฟูจิ มีพื้นที่ประมาณ 3000 เอเคอร์  ซึ่งเป็นจุดชมความงามของภูเขาฟูจิ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนที่คิดฆ่าตัวตายด้วยเช่นกัน โดยสถิตพบว่าสถานที่แห่งนี้มีคนมาฆ่าตัวตายเป็นอันดับ 2 ของโลก!!(อันดับหนึ่งคือสะพานโกลเด้นเกต(Golden Gate) เมื่อเดือนมกราคม ปีนี้ ตัวเลขคนฆ่าตัวตายอยู่ที่ 2,645 คน ซึ่งทำลายสถิตของปีที่แล้ว (2,305คน) โดยจุดบริเวณที่คนชอบไปฆ่าตัวตายที่สุดคือจุดที่เรียกว่า “ทะเลป่า” โดยล่าสุด ชายวัย 46 ปีคนหนึ่ง ซึ่งถูกปลดออกจากงานที่โรงงานเหล็กแห่งหนึ่งและคิดว่า อนาคตที่เหลือนั้นมืดมน เนื่องจากขาดเงิน และตกอยู่ในสภาพหนี้ท่วม รวมถึงไร้ที่อยู่เพราะโดนไล่ที่อยู่ จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย โดยเขาได้ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว มุ่งหน้าไปยังป่าแห่งนี้ เมื่อไปถึงเขาก็เชือดข้อมือตนเอง แตแผลไม่ลึกพอที่จะทำให้สิ้นใจในทันที และต้องอยู่ในป่าลึกหลายวันในสภาพที่ร่างกายขาดน้ำ อาหารและเนื้อเยื่อถูกทำลายเพราะอากาศเย็นจัด สภาพที่เกิดขึ้นทำให้เขาอาจต้องเสียนิ้วที่เท้าขวา แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากมีผู้มาพบเขาเสียก่อน
และทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงนิยมมาฆ่าตัวตายเหรอ ก็เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากนิยายเรื่อง “คุโรอิ จูไค(Kuroi Jukai)” รวมไปถึงภาพยนตร์เรื่อง “คิโนะอุมิ” ที่นำเสนอเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่งได้ฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว กีฬากลางแจ้ง ท่องป่า ตั้งแคมป์ ซึ่งเวลาใครจะเดินทางมาที่นี้อาจจ๊ะเอ๋กับศพคนฆ่าตัวตายหรือวิญญาณร้ายก็ได้

อันดับ 1 โรงเรียน(School)

แน่นอนโรงเรียนคือสถานที่ที่ชาวไทยอย่างเราๆ อยากไปสักครั้งในชีวิต ก็เพราะเวลาเราอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแนวไหนๆ ก็ต้องมีโรงเรียนให้เห็นทุกครั้งจึงอยากจะสัมผัสว่าโรงเรียนญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไร และแน่นอนทุกโรงเรียนของญี่ปุ่นมักจะมีเรื่องสยองประจำโรงเรียนที่เล่าจากรุ่นสู่รุ่น และที่น่าแปลกคือแทบทุกโรงเรียนจะมีเรื่องเล่าสยองขวัญ 7 เรื่องและแต่ละเรื่องแทบเหมือนกันหมดอย่างอัศจรรย์

7 สิ่งสยองในโรงเรียนเป็นตำนานที่ช่วยเสริมบรรยากาศในโรงเรียนให้ชวนหลอน บวกกับสถานที่ที่ใช้งานมายาวนานและบรรยากาศยิ่งส่งผลให้ 7 เรื่องเล่าสยองขวัญในโรงเรียนกลายเป็นเรื่องที่หลายๆ คนอยากพิสูจน์ว่ามันมีจริงหรือเปล่า โดย7 เรื่องสยองในโรงเรียนที่ว่าก็มีต้นคาเมลเลียสีเลือดที่ว่ากันว่าต้นไม้ที่อายุ 100 ปีจะมีผีสิงอยู่, ผีลู่ว่ายที่4 ที่มีผีเด็กชายที่ตายในขณะว่ายน้ำในวิชาพละที่ลู่ว่ายที่ 4 , รูปปั้นนิโนมิยะ คินจิโย่เดินได้, บันได 13 ขั้นที่คอยจับเด็กที่พลาดเหยียบบันไดขั้นที่ 13 ลงไปยังโลกแห่งความตายพร้อมกับตน, ฮานาโกะประจำห้องน้ำ, ผีในห้องน้ำห้องที่ 2 อยู่อยู่ๆ ก็มีมือโผล่ที่ส้วมและลากเหยื่อลงไปบี้แบนที่รูส้วมตายอนาถ,สนามรบในสนามโรงเรียนที่วิญญาณซามูไรญี่ปุ่นโบราณยังทำการสู้รบอยู่ตลอดกาล,ซาโตรุคุง ฯลฯ
โดยเฉพาะเรื่องฮานาโกะประจำห้องน้ำ นั้นเป็นเรื่องที่เด็กญี่ปุ่นนิยมท้าพิสูจน์มากที่สุด โดยหากเราเดินเข้าไปในห้องน้ำของโรงเรียนตอนห้าโมงเย็นหรือกลางคืน ถ้าเดินไปที่ห้องที่ 3 แล้วเคาะประตู 3 ครั้ง แล้วพูดว่า “ฮานาโกะ มาเล่นกันเถอะ” หรือ “ฮานาโกะซังอยู่ไหม”ถ้ามีเสียงตอบกลับมาว่า ได้สิ แล้วถ้าเปิดห้องน้ำนั้นดูจะพบเด็กหญิงในห้องน้ำ….นั้นแหละคือเธอ…คุณฮานาโกะซัง

Credit: Dek-d.com





มารู้จัก เคียวอิคุคันจิ(教育漢字) กันน !

27 08 2010

เคียวอิคุคันจิ (: 教育漢字 Kyōiku kanji ?) เป็นอักษรคันจิซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น กำหนดไว้ว่าเป็นอักษรคันจิที่จำเป็นต้องเรียนในชั้นประถมศึกษา มีทั้งหมด 1,006 ตัว

ชั้นปีที่ 1 (80 ตัว)

# คันจิ เสียงอง เสียงคุน ความหมาย
1 いち、いつ ひとつ หนึ่ง
2 に、じ ふたつ สอง
3 さん みっつ สาม
4 よっつ สี่
5 いつつ ห้า
6 むっつ หก
7 しち ななつ เจ็ด
8 はち やっつ แปด
9 く、きゅう ここのつ เก้า
10 じゅう とお สิบ
11 ひゃく もも หนึ่งร้อย
12 せん หนึ่งพัน
13 じょう うえ ข้างบน
14 か、げ した ข้างล่าง
15 ひだり ซ้าย
16 う、よう みぎ ขวา
17 ちゅう なか ตรงกลาง, ระหว่าง
18 だい おおきい ใหญ่
19 しょう ちいさい เล็ก
20 がつ、げつ つき เดือน, พระจันทร์
21 にち วัน, พระอาทิตย์
22 ねん とし ปี
23 そう はやい เร็ว
24 もく ต้นไม้
25 りん はやし ป่า
26 さん やま ภูเขา
27 せん かわ แม่น้ำ
28 つち ดิน
29 くう そら อากาศ, ว่างเปล่า
30 でん ไร่นา
31 てん あま ท้องฟ้า, สวรรค์
32 せい いきる เติบโต, มีชีวิต
33 はな ดอกไม้
34 そう くさ หญ้า
35 ちゅう むし แมลง
36 けん いぬ สุนัข
37 じん、にん ひと คน
38 めい、みょう ชื่อ
39 じょ おんな ผู้หญิง
40 だん おとこ ผู้ชาย
# คันจิ เสียงอง เสียงคุน ความหมาย
41 し、す เด็ก
42 もく นัยน์ตา
43 みみ หู
44 こう くち ปาก
45 しゅ มือ
46 そく あし ขา
47 けん みる มอง, เห็น
48 おん ね、おと เสียง
49 りき、りょく ちから พลัง, กำลัง
50 いき อากาศ, ความรู้สึก
51 えん まる เยน, วงกลม
52 にゅう はいる、いる เข้า
53 しゅつ でる ออก
54 りつ たつ ยืน
55 きゅう やすむ พัก
56 せん さき ก่อน
57 せき ゆう ยามเย็น
58 ほん もと หนังสือ
59 ぶん、もん ふみ ตัวหนังสือ
60 あざ ตัวอักษร
61 がく まなぶ เรียน
62 こう かせ โรงเรียน
63 そん むら หมู่บ้าน
64 ちょう まち เมือง
65 しん もり ป่า
66 せい ただしい ถูกต้อง
67 すい みず น้ำ
68 ไฟ
69 ぎょく たま ลูกบอล
70 おう きみ พระมหากษัตริย์
71 せき いし หิน
72 ちく たけ ไผ่
73 いと เส้นด้าย
74 ばい かい หอย
75 しゃ くるま รถ
76 きん かね ทอง
77 おめ ฝน
78 せき あか แดง
79 せい あお น้ำเงิน
80 はく しろ ขาว




รถหัวจรวด ชิงคันเซ็น

20 08 2010

ชิงคันเซ็น เป็นรถด่วนหัวจรวดของประเทศญี่ปุ่นที่ใคร ๆ ก็รู้จัก วิ่งก็เร็ว นั่งก็สบาย อุบัติเหตุก็ไม่เคยมี เจ้าชิงคันเซ็นนี้ถือกำเนิดมาได้อย่างไร
แล้วเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการพัฒนาเอามาจากไหน ญี่ปุ่นไปลอกเลียนแบบใครมาอีกทีหรือเปล่า

กำเนิดชิงคันเซ็น
ความคิดที่จะสร้างรถด่วนที่มีความเร็วสูงเกิดขึ้น เนื่องจากในช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 ประชาชนเริ่มหันมาใช้รถยนต์หรือเครื่องบินแทนการนั่งรถไฟกันมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์และเครื่องบินนั่งสบายและรวดเร็วกว่า ซึ่งรถไฟในช่วงนั้นของประเทศญี่ปุ่นก็เป็นแค่รถจักรไอน้ำ วิ่งเร็วสูงสุดก็แค่ประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากโตเกียวไปโอซาก้า ต้องใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงกว่า การรถไฟญี่ปุ่นเริ่มรู้สึกไม่ดี ถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นผู้คนคงหันไปใช้รถยนต์หรือไม่ก็เครื่องบินกันหมด

ด้วยเหตุผลประการฉะนี้…ความคิดที่จะสร้างรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็วสูงไม่แพ้เครื่องบิน นั่งสบายไม่แพ้รถยนต์ เชื่อมระหว่างโตเกียวกับโอซาก้า ก็เกิดขึ้นมา ชิงคันเซ็น เริ่มสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959 เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 1964 ใช้เวลาสร้างเพียง 5 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ที่กระตุ้นให้การสร้างชิงคันเซ็นดําเนินไปอย่างรวดเร็วคือ โตเกียวโอลิมปิก ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกที่โตเกียว เมื่อปีคศ. 1964 แล้วก็เป็นปีที่ชิงคันเซ็นเริ่มรับผู้รับโดยสารเป็นครั้งแรกพอดี เหมือนกับว่า ชิงคันเซ็นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับใช้กีฬาโอลิมปิกโดยเฉพาะ

เทคโนโลยี
เทคโนโลยีที่ทำให้ ชิงคันเซ็น วิ่งเร็ว นั่งสบาย เงียบ มีมากมายหลายอย่าง เช่น

  • เพื่อลดแรงต้านของอากาศ หัวของรถไฟจึงถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้าย ๆ กับหัวของจรวด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชิงคันเซ็นวิ่งได้เร็วกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • พัฒนาสปริงแบบใช้อากาศ เพื่อดูดแรงสั่นสะเทือนระหว่างการวิ่ง เพราะว่าระหว่างวิ่ง รถไฟจะสั่นถ้าเพิ่มความเร็วไปเรื่อย ๆ แรงสั่นสะเทือนจะกระจายไปทั่วขบวน ซึ่งมีอันตรายเป็นอย่างมากต่อโครงสร้างของรถไฟ
  • รางรถไฟได้ถูกสร้างให้มีความโค้งน้อยมากที่สุด เพื่อให้รักษาความเร็วเดิมไว้ได้เมื่อถึงทางโค้ง
  • และอีกหลาย ๆ อย่าง

สายรถไฟ
ในอดีตมีแค่สายเดียวคือ สายโตเกียว-โอซาก้า แต่ตอนนี้ได้ขยายเส้นทางไปสู่เมืองใหญ่ ๆ เกือบทั่งประเทศญี่ปุ่นแล้ว

การออกแบบหัวจรวด
รูปร่างหน้าตาแปลก ๆ ของหัวรถไฟไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเก๋ แต่ออกมาให้เหมาะกับสายที่วิ่ง อย่างเช่น ชิงคันเซ็นหัวเป็ด ออกแบบมาเพื่อลดแรงระเบิดของอากาศ เมื่อวิ่งเข้าหรือออกจากถ้ำ

Credit:Dek-d.com





มารู้จักกับแนวแฟชั่นญี่ปุ่นกัน

1 08 2010

แฟชั่นวัยรุ่นสไตล์ญี่ปุ่นตอนนี้ที่มาแรงสุดๆ ก็คงจะเป็น เสื้อผ้าประเภท Gothic & Lolita และ Punk เรามาเริ่มรู้จักกันเลยดีกว่าว่าแต่ละสไตล์เป็นอย่างไร…

Gothic (โกธิค)
แฟชั่นแนวนี้ส่วนมากจะเน้นไปในเรื่องของโทนสีที่ดูครึมๆ ลึกลับๆ ซึ่งเป็นแฟชั่นแบบ “Dark Style” มักจะเป็นสีดำซะส่วนใหญ่ แต่ก็อาจจะมีส่วนประกอบเป็นสีขาว หรือสีแดง ตามแต่สไตล์ของแต่ละคน
ที่มาของแฟชั่นแนวนี้มาจากทางยุโรปเหนือและแถบอังกฤษค่ะ ซึ่งต้นกำเนิดอยู่ที่ชาวพื้นเมือง เรียกว่า “ชาวโกธิค” ซึ่งเราจะเห็นแฟชั่นสไตล์นี้ในหนังผี เช่น พวกท่านเคาน์, แวมไพร์ หรือพวกแม่มดในเทพนิยายที่ดูเรียบแต่หรูนั่นเอง หรือถ้าใครเคยอ่านหนังสือการ์ตูนเรื่อง “หนุ่มหล่อเฟี้ยว แปลงโฉมสาว” (Yamatonadeshiko) ก็จะเห็นการแต่งการสไตล์ Gothic ในเรื่องด้วยนะคะ

Lolita หรือ Lolita Baby (โลลิต้า)
ส่วนมากแฟชั่นแนวนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นสาวๆ มากกว่า เพราะจะออกแนวหวานแหว๋วเหมือนตุ๊กตาน่ารักนะคะ เสื้อผ้าในแนวนี้จะเน้นไปทางลูกไม้ ระบาย และสีผ้าที่ดูหวานๆ เช่น สีชมพู สีขาว ซะส่วนใหญ่
แฟชั่นแบบ Lolita คือการนำเอาแบบชุดของตุ๊กตาของเด็กผู้หญิงและชุดของเชื้อพระวงศ์ (พวกเจ้าหญิงน่ะคะ)นำมาประยุกต์ใช้กันให้เหมือนเจ้าหญิงน้อยๆในเทพนิยาย
แฟชั่นแนวนี้เป็นที่นิยมมากในผู้ดีสมัยก่อนในแถบยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และได้แพร่หลายไปในอีกหลายประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น

Neo Lolita (นีโอโลลิต้า)

Neo Lolita เป็นการนำสไตล์ Lolita มาประยุกต์ให้เป็นแบบที่ทันสมัย แต่ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ เป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่นโดยเฉพาะสาวๆ เพราะโทนสีจะหวานๆ นอกจากนั้นยังใช้ผ้าลายสก็อตมาตกแต่งอีกด้วย

Gothic & Lolita
แฟชั่นสไตล์ Gothic & Lolita คือ การนำเอาแฟชั่นแนว Gothic และ Lolita มารวมกัน โดยนำเอาความลึกลับของแนว Gothic และความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของแนว Lolita มาผสมผสานกันทำให้เกิดเป็นแนวใหม่ คือ Gothic & Lolita ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคงจะเป็นเสื้อผ้าของ Mana วง Malice Mizer

Punk หรือ UK.Punk (พังค์)
แฟชั่นสไตล์ Punk เริ่มตั้งแต่ยุคปลายของปี’60 และถิ่นกำเนิดของแฟชั่นแนวนี้คือประเทศอังกฤษ สมัยนั้นจะเริ่มในกลุ่มเล็กในยุคที่มีการปฏิวัติและเหตุจลาจลกลางเมือง ซึ่งแนวนี้จะออกแนวรุนแรง เช่น มีการเจาะตามร่างกาย การเพ้นท์หรือสัก
แฟชั่นแนวนี้จะเน้นโทนสีดำเป็นหลัก นิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นิยมแต่งหน้าและเขียนตากับปากด้วยสีดำ โดยจะมีส่วนประกอบของผ้าที่เป็นตาข่าย และเศษผ้าลุ่ยๆ ส่วนเครื่องประดับส่วนใหญ่จะเป็นเข็มขัด โซ่และหมุดเหล็ก (ดูแล้วก็เท่ดี….อืม..ชมพู่จัง!~) โดยจะเห็นได้จากวงร็อกของอเมริกานั่นเอง

JAP’Punk (เจแปนพังค์)
เป็นพังค์ที่ประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ของญี่ปุ่น ต้นแบบมาจาก UK.Punk และการ์ตูนเรื่อง NANA ของ Ai Yazawa พังค์ในแบบญี่ปุ่นบางทีก็จะอาศัยประยุกต์ระหว่างผ้าลายญี่ปุ่นมาบวกกับการออกแบบในแนวพังค์

Credit:Dek-d.com





แจ้งข่าวล่าจากครูกบ !! เตรียมสอบญี่ปุ่น ญ30261

31 07 2010
   ตรียมสอบวิชาภาษาญี่ปุ่น ญ30261 รวม 60 คะแนน

สอบวันที่  5  สิงหาคม  2553  เวลา 15.00  น. เป็นกำลังใจให้นักเรียนทุกคน

เคล็ดลับในการเตรียมตัว คือ อ่านและเขียน ทำความเข้าใจเนื้อหา  ทบทวนคำศัพท์ที่เรียน  สมุดจดงานอย่าลืมนำมาทบทวน สำหรับตัวอักษรฮิรางานะ ครูว่า ต้องเขียนให้ได้แม่นยำที่สุด

“ ความพยายามนำมาซึ่งความสำเร็จ    ครูมีรางวัลสำหรับนักเรียนที่ทำคะแนนได้เป็นลำดับ 1-3 “

ขออวยพรให้นักเรียนสามารถทำข้อสอบได้ในทุกรายวิชาค่ะ

日本語のしけんに ごうかくできますように ขอให้สอบภาษาญี่ปุ่นผ่าน

ตอนที่ 1 ปรนัย

จำนวน  20 ข้อ

20    คะแนน

ประเทศญี่ปุ่น (ฉบับย่อ)

พื้นที่ทั้งหมดประมาณ 378,000 ตารางกิโลเมตร

ประชากร 127 ล้านคนเมืองหลวง โตเกียว มีประชากร 12 ล้านคน

ภาษาประจำ ชาติ ภาษา ญี่ปุ่น 日本語 ศาสนาชินโตและ พุทธมหายาน

สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ (akihito) อ่านต่อ…

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องตัวอักษรฮิรางานะ

คำศัพท์พื้นฐาน ประจำวรรค

วันทั้งเจ็ด ตัวเลข

ความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น(tanabata)

ตำนานและเพลง

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น

(โดยสังเขป)

คนสำคัญที่ควรรู้จักในประเทศญี่ปุ่น

ตอนที่ 2-4

อัตนัย

40 คะแนน



นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ยูกิโอะ ฮาโตยามะ

Hatoyama Yukio, 鳩山由紀夫?) (เกิด 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2490) นายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น

ภูเขาฟูจิ (ญี่ปุ่น: 富士山 Fuji-san ฟุจิซัง ?) เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ราว 3,776 เมตร    อ่านต่อ….

ตอน 2 จับคู่ ตัวอักษรฮิรางานะ  กับโรมะจิ

ตอน  3 คำศัพท์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ภาพส่วนต่างๆของร่างกายเตรียมสอบ

คำศัพท์ประจำวรรค(あ、か)

จำนวน  10 คำ

あし (ขา)、 いす(เก้าอี้)うし(วัว)、

えき(สถานีรถไฟ)、 おかし (ขนม),

かさ (ร่ม)、きく (ดอกเบญจมาศ)

くし (หวี)、け  (ผม ขน)、 こども (เด็ก)

พร้อมความหมาย

คำศัพท์เกี่ยวกับตัวเลข ( 1-10)

ตอนที่ 4 เขียนตัวอักษรฮิรางานะ 46 ตัว

ขอให้เพื่อนๆโชคดีนะครับ อ่านหนังสือเตีรยมสอบดีๆล่ะ สู้ๆ





ร้าน 100 เยน ร้านที่คุณพลาดไม่ได้

31 07 2010

วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จัก ร้าน 100 เยน กันนะครับ ร้าน 100 เยน นั้น รวมภาษีแล้ว จะอยู่ที่ 105 เยน ต่อชิ้น โดยปกติแล้วของทุกอย่างในร้าน จะตั้งราคาเดียวกันหมด แต่ว่าจะมีของบางอย่าง ราคาแพงกว่า วางขายเช่นกัน โดยมากแล้ว ของที่แพงกว่า จะราคาอยู่ที่ 300 เยน ถึง 500 เยน  อย่างเช่น กระเป๋า หรือว่า เสื้อผ้า ร้าน 100 เยนเป็นที่ขึ้นชื่อมาก ไม่ว่าเราจะไปที่ไหน เราสามารถพบเห็นร้านเหล่านี้ได้ทั่วไป โดยมากแล้ว สินค้าที่หาได้ในชิวิตประจำวัน นั้นเราสามารถ หาได้ที่ร้านนี้แทบทุกอย่าง ตั่งแต่ของใช้ ยัน ของกิน โดยเฉพาะ นักเรียนต่างชาตินั้น แทบทุกคน จำเป็นต้องพึ่งร้านนี้กันเป็นอย่างมาก นักเรียนไทยเราที่ไปที่ญี่ปุ่นนั้น ทุกคน จะซื้อข้าวของแทบทุกอย่าง จากร้านนี้


สำหรับคนไทย ร้าน 100 เยน ของญี่ปุ่น ก็ได้เข้ามาตั้งสาขาที่ประเทศไทยเช่นกัน แต่ราคานั้น เริ่มต้นอยู่ที่  60 บาท ซึ่งถือว่า แพง ไม่ใช่น้อย   ใครมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น คงจะพอสัมผัสได้ถึงความสำคัญของร้านประเภทนี้ กันนะครับ

Credit: Dek-d.com







Follow

Get every new post delivered to your Inbox.